พลังงานของพ่อ

“โครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542
โดยการนำพลังงานทดแทนมาใช้เพื่ออนุรักษ์พลังงาน
และสิ่งแวดล้อม
ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”

 

 

นับจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมาถึง 52 ปี ในแต่ละปีพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎร ในท้องถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภาคของประเทศ และทรงมีพระราชดำริที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้เกิดความ “พออยู่ พอกิน” ทุกภูมิภาคของประเทศ พระองค์จึงได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชนชาวไทยตลอดมา

การดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีหลักการสำคัญๆ คือ

  1. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
  2. การพัฒนาต้องเป็นไปตามขั้นตอน ตามลำดับความจำเป็นและประหยัด
  3. การพึ่งตนเอง
  4. การส่งเสริมความรู้และเทคนิควิชาการสมัยใหม่ที่เหมาะสม
  5. การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ
  6. การส่งเสริมและปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม

แนวทางการพัฒนาต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยที่จะต้องทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งก่อน แล้วจึงจะมีการพัฒนาต่อไปเพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้ ขณะเดียวกันก็จะต้องอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมความรู้เทคนิควิชาการสมัยใหม่พร้อมๆ กันไปด้วย อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น จะต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางด้านภูมิศาสตร์และสังคมวิทยา ของแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกันด้วยเสมอ

ด้วยหลักการและแนวทางดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระราชดำริให้มี “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ขึ้นตามภูมิภาคต่างๆ จำนวน 6 ศูนย์ ดังนี้

  • ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา
  • ศูนย์ศึกษาการพัฒนาคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี
  • ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร
  • ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่
  • ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จ.นราธิวาส
  • ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จ.เพชรบุรี

โดยมีแนวทางและวัตถุประสงค์ของแต่ละศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ดังนี้

  1. ทำการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย เพื่อแสวงหาแนวทางและวิธีการพัฒนาทางด้านต่างๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ศูนย์ศึกษาฯ จึงเปรียบเสมือน “ตัวแบบ” ของความสำเร็จที่จะเป็นแนวทางและตัวอย่างของผลสำเร็จให้แก่พื้นที่อื่นๆ โดยรอบได้ทำการศึกษา
  2. การแลกเปลี่ยนสื่อสารระหว่างนักวิชาการ นักปฏิบัติ และประชาชน การศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย ที่ได้ผลแล้วและควรจะนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริงได้ ศูนย์ศึกษาฯ ควรเป็นแหล่งผสมผสานวิชาการและการปฏิบัติ เป็นแหล่งความรู้ของราษฎร เป็นแหล่งศึกษาทดลองของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนถ่ายทอดประสบการณ์ และแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างคน 3 กลุ่ม คือ นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ ซึ่งทำหน้าที่พัฒนาส่งเสริม และราษฎร
  3. การพัฒนาแบบผสมผสาน เป็นตัวอย่างที่ดีของแนวความคิดแบบสหวิทยาการ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในพื้นที่ และรูปแบบการพัฒนาที่ควรจะเป็น เป็นตัวอย่างว่าในพื้นที่ลักษณะหนึ่งๆ นั้น จะสามารถใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ได้โดยวิธีใดบ้าง มิใช่การพัฒนาเฉพาะทางใดทางหนึ่ง แต่พยายามใช้ความรู้มากสาขาที่สุด แต่ละสาขาก็ให้เป็นประโยชน์เกื้อหนุนกับการพัฒนาสาขาอื่นๆ และระบบของศูนย์ศึกษาฯ ก็ควรเป็นการผสมผสานไม่เพียงเฉพาะเรื่องความรู้เท่านั้น แต่ต้องมีการผสมผสานการดำเนินงานและการบริหารที่เป็นระบบด้วย
  4. การประสานงานระหว่างส่วนราชการ เป็นแนวทางและวัตถุประสงค์สำคัญยิ่งประการหนึ่ง เนื่องจากกระบวนการพัฒนา และระบบราชการไทยมีปัญหานี้โดยพื้นฐาน เป็นสิ่งบั่นทอนประสิทธิภาพและผลสำเร็จของงานลงอย่างน่าเสียดาย แนวทางการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทุกแห่ง จึงเน้นการประสานงาน การประสานแผน และการจัดการระหว่าง กรม กอง และส่วนราชการต่างๆ ให้เกิดเป็นจริงขึ้น
  5. เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) กล่าวคือ ศูนย์ศึกษาฯ มีการศึกษาทดลอง และสาธิตให้เห็นถึงความสำเร็จ ของการดำเนินงานพร้อมๆ กันในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง ตลอดจนการพัฒนาทางด้านสังคม และงานศิลปาชีพ ในลักษณะของ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” เมื่อผู้สนใจเข้าไปศึกษาดูงานก็จะมีให้ดูได้ทุกเรื่องในบริเวณศูนย์ศึกษาฯ ทั้งหมด ผู้สนใจหรือเกษตรกรก็จะได้รับความรู้รอบด้านสะดวก รวดเร็ว ซึ่งนำไปสู่การได้รับประโยชน์สูงสุด

เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องงานส่งเสริม จะนำความรู้ที่ได้ผลดี ไปแนะนำและส่งเสริมให้กับประชากรที่อยู่ในหมู่บ้านรอบๆ พื้นที่ศูนย์ศึกษาฯ เป็นเป้าหมายกลุ่มแรก โดยการส่งเสริมนั้นทำหลายวิธีด้วยกัน ทั้งนี้แล้วแต่สภาพสังคม วัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ เช่น ให้เกษตรกรเข้ามารับการอบรมในศูนย์ศึกษาฯ หลักสูตรต่างๆ อาทิ การเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ การขยายพันธุ์พืช การเลี้ยงสัตว์ การประมง ฯลฯ

เมื่อการส่งเสริมให้หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาฯ ได้ผลในระดับหนึ่งแล้ว หมู่บ้านเหล่านี้ก็จะเป็นหมู่บ้านตัวอย่างให้เกษตรกรพื้นที่อื่นๆ ที่ห่างออกไปได้เข้ามาศึกษาและดูงานได้ ซึ่งจะได้ขยายขอบเขตกว้างออกไปเรื่อยๆ

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ที่สำคัญของประเทศนั้น จึงเปรียบเสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต แสดงกิจกรรมการศึกษาค้นคว้า ทดลอง วิจัย และรูปแบบการพัฒนาด้านต่างๆ เช่น ป่าไม้ แหล่งน้ำ การอนุรักษ์ดิน น้ำ การเกษตร การประมง อุตสาหกรรมครัวเรือน และการดำรงชีวิตในสังคมธรรมชาติ ที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และการประกอบอาชีพของราษฎรที่อาศัยอยู่ในภูมิลำเนานั้นๆ เพื่อให้ราษฎรสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างจริงจัง และจะขยายผลไปพัฒนาหมู่บ้านใกล้เคียง กระจายกว้างออกไปเรื่อยๆ ในการพัฒนาหลายๆ กิจกรรม

เนื่องในโอกาส วันที่ 5 ธันวาคม 2542 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระ-ชนมพรรษาครบ 6 รอบ คณะกรรมาธิการการพลังงานสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) ตลอดจนหน่วยงานของรัฐ และบริษัทเอกชน จัดทำโครงการนำพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานรูปอื่น ไปใช้เสริมในกิจกรรมในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติฯ และช่วยให้ศูนย์ศึกษาฯ ตลอดจนโครงการบริวาร สามารถใช้พลังงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านค่าไฟฟ้า หรือค่าเชื้อเพลิงอื่นๆ ตลอดจนเป็นการสาธิตการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดและไม่มีวันหมดสิ้น สามารถนำมาใช้เป็นพลังงานแทนพลังงานสิ้นเปลือง ซึ่งหมายถึง ถ่านหิน หินน้ำมัน ทรายน้ำมัน น้ำมันดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติ

การร่วมกันนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดไปติดตั้งสาธิตการใช้งานจริง ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 แห่ง โดยการดำเนินงานแต่ละกิจกรรมนั้น ได้คำนึงถึงการที่จะไม่ส่งผลกระทบให้แนวพระราชดำริเปลี่ยนไปด้วยนั้น ยังได้รวมถึงพื้นที่ทรงงานและพื้นที่รอบนอกศูนย์ฯ ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมโยงจากพระราชดำริ ด้วย คือ

    • โครงการพัฒนาดอยตุง จ.เชียงราย
    • ศูนย์ศึกษาการพัฒนาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หน่วยพิทักษ์ป่าบ้านกร่าง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
      จ.เพชรบุรี
    • โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อโครงการเกษตรผสมผสานมูโนะ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.มูโนะ จ.นราธิวาส
    • ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง

จากการสำรวจในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ และโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริต่างๆ พบว่า สามารถนำพลังงานหมุนเวียนไปใช้ เพื่อสาธิตการอนุรักษ์พลังงาน และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่และโครงการฯ ดังกล่าวได้ โดยมีความเหมาะสมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแหล่งพลังงาน และการใช้ประโยชน์ หน่วยงานต่างๆ จึงได้ดำเนินการสำรวจรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อศึกษาความเหมาะสม ของระบบเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ที่จะนำมาสาธิตใช้ประโยชน์ และสอดคล้องกับความต้องการที่จำเป็นของพื้นที่นั้นๆ ซึ่งได้ผลสรุปการจัดตั้งระบบต่างๆ โดยหน่วยงานต่างๆ ดังนี้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยโซล่าเซลล์บนหลังคาอาคารศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทั้ง 6 แห่ง และที่อาคารสำนักงานโครงการพัฒนาดอยตุง จ.เชียงราย ระบบฯ ประกอบด้วย แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 1.50-2.00 kW ภายในอาคารจะมีชุดแปลงกระแสไฟฟ้าพร้อมระบบควบคุม เพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบร่วมกับไฟฟ้าเดิมที่ใช้อยู่ ดังนั้น ถ้าปริมาณกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินความต้องการ จะจ่ายกระแสไฟฟ้าย้อนกลับให้กับการไฟฟ้าฯ ทำให้ระบบดังกล่าวไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ในการเก็บพลังงานไฟฟ้าส่วนเกิน

กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน (พพ.)

  1. ติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยกังหันลม ณ พื้นที่แปลงเกษตรบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยเจ๊ก ห้วยน้ำโจน และสระน้ำซับอื่นๆ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.เพชรบุรี จำนวน 3 ระบบ โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วในประเทศ เป็นกังหันลมแบบหลายใบ ขนาดความสูง 18 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง14 ฟุต จำนวน 30 ใบ ปั๊มน้ำแบบลูกสูบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 นิ้ว และมีระยะชัก 7 นิ้ว เนื่องจากพลังงานลมไม่มีช่วงเวลาที่แน่นอน จึงต้องมีหอถังสูงขนาด 12 เมตร เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในการให้น้ำกับแปลงเกษตร ที่ใช้แบบหัวฉีดย่อยหรือน้ำหยด โดยสูบน้ำได้เฉลี่ยวันละ 15-20 ลบ.ม. ต่อวัน

  ระบบสูบน้ำด้วยกังหันลม

ระบบสูบน้ำด้วยกังหันลม

  1. ติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ แบบมอเตอร์กระแสตรง ขนาด 1.5 แรงม้า ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.เพชรบุรี พร้อมอุปกรณ์ควบคุมและหอถังสูงขนาดความจุ 12 ลบ.ม. สูง 12 เมตร เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ ระบบฯ สามารถสูบน้ำได้วันละ 45-50 ลบ.ม.
  2. ติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ แบบมอเตอร์กระแสสลับ ขนาด 1 แรงม้า ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.เพชรบุรี ร่วมกับอินเวอร์เตอร์แบบซายน์เวฟ ที่เป็นอุปกรณ์แปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นกระแสสลับ ขนาด 2 kW พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 100 Ah จำนวน 20 ลูก และเนื่องจากแบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์สะสมพลังงาน จึงไม่ต้องใช้หอถังสูงกักเก็บน้ำ และในช่วงเวลาที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้พลังงานเพื่อการสูบน้ำ สามารถนำพลังงานไฟฟ้ามาใช้งานอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น แสงสว่าง โทรทัศน์ และอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับและอื่นๆ ที่มีขนาดและระยะเวลาใช้งานเหมาะสมกับพลังงานที่สะสมในแบตเตอรี่
  3. ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อแสงสว่างภายในครัวเรือน ขนาด 75 W ที่ บ้านเปียน หมู่ที่ 2 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จำนวน 15 ครัวเรือน ซึ่งเป็นหมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จ.เชียงใหม่ และเนื่องจากการตั้งครัวเรือนอยู่อย่างกระจายพื้นที่ พพ. จึงออกแบบระบบฯ ให้แต่ละครัวเรือนมีการใช้งานแบบอิสระ โดยแต่ละระบบประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 75 W จำนวน 1 แผง อุปกรณ์ควบคุมการประจุ และแสดงสถานภาพของแบตเตอรี่ 1 ชุด แบตเตอรี่ขนาด 100 Ah จำนวน 1 ลูก และหลอดฟลูออเรสเซนต์ ขนาด 18 W จำนวน 1-2 หลอด โดยเซลล์แสงอาทิตย์จะติดตั้งอยู่บนเสาเหล็กอาบสังกะสี สูงประมาณ 3 เมตร ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการจัดตั้ง และความแข็งแรงมั่นคง ที่มีมากกว่าการวางไว้บนหลังคาบ้าน ซี่งอาจเคลื่อนย้ายไปครัวเรือนอื่นๆ ได้ง่าย พลังงานที่จะได้จากระบบแต่ละครัวเรือน เฉลี่ยประมาณวันละ 225-300 Wh
  4. จัดทำระบบประจุแบตเตอรี่ด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 3 kW ที่โครงการพัฒนาดอยตุง จ.เชียงราย ณ บ้านปาง 2 ในพื้นที่โครงการปลูกป่าพระราชทาน 4,000 ไร่ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 30 ครัวเรือน แต่ในโอกาสต่อไป จะมีการย้ายมาอยู่รวมกลุ่มกัน จนครบ 80 ครัวเรือน ระบบฯ ประกอบด้วย แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 3 kW อาคารประจุแบตเตอรี่ ตู้ควบคุมการประจุแบตเตอรี่ จำนวน 20 ช่อง แบตเตอรี่ ขนาด 100 Ah แบบ Deep Discharge จำนวน 40 ลูก พร้อมชุดหลอดไฟแสงสว่าง ขนาด 18 W 80 ชุด การจัดตั้งระบบจะเลือกพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นที่โล่งประมาณ 400 ตารางเมตร การดำเนินงานจะต้องมีการเตรียมชุมชน เพื่อสร้างองค์กรของหมู่บ้านรองรับการบริหารการใช้งานของระบบฯ โดยจะจัดตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการฯ ของหมู่บ้านที่มีหน้าที่ดูแล, การแบ่งกลุ่มครัวเรือนในการประจุแบตเตอรี่ การควบคุมการใช้งาน บำรุงรักษา ทั้งราษฎรผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องให้ความร่วมมือในการร่วมจัดตั้งและก่อสร้างระบบฯ โดยการแนะนำจากเจ้าหน้าที่ พพ.

ระบบประจุแบตเตอรี่ด้วยเซลล์แสงอาทิตย์

ระบบประจุแบตเตอรี่ด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 3 kW

  1. ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อแสงสว่าง ขนาด 600 W ณ โรงฝึกควาญช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ. ลำปาง ซึ่งจะแยกออกเป็น 3 ระบบย่อย คือ ที่บริเวณเรือนห้องเรียน ติดตั้งขนาด 300 W พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 100 Ah จำนวน 4 ลูก และที่ห้องประชุม ติดตั้งขนาด 150 W พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 100 Ah จำนวน 2 ลูก และที่บริเวณห้องพักจัดตั้งอีก 150 W พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 100 Ah จำนวน 2 ลูก พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากระบบรวมทั้งสิ้น ประมาณ 1.8-2.4 kW ชั่วโมงต่อวัน เป็นไฟฟ้ากระแสตรงที่สามารถใช้ได้กับหลอดฟลูออเรสเซนต์ เพื่อแสงสว่างและอุปกรณ์โสตทัศน์ ได้แก่ เครื่องขยายเสียง วิทยุ เทป และโทรทัศน์ เป็นต้น
  2. เนื่องจากบริเวณโรงเลี้ยงช้างของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง สามารถเก็บมูลช้างได้เฉลี่ยวันละ 1,500 – 2,000 kg พพ. จึงได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร ทำการศึกษา วิจัย และสร้างระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลช้าง โดยเลือกเทคโนโลยีของระบบหมักแบบโดมคงที่ (Fixed dome) ขนาด 100 ลบ.ม. จำนวน 2 บ่อ และขนาด 50 ลบ.ม. จำนวน 1 บ่อ เพื่อนำก๊าซที่ผลิตได้มาใช้ในการหุงต้ม ผลิตไฟฟ้าและสูบน้ำ และเพิ่มเติมลานกรองของแข็งขนาดประมาณ 300 ตารางเมตร และ 50 ตารางเมตร ไว้ตากแห้งมูลล้นเพื่อนำไปทำปุ๋ย ระบบฯ สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ 75-100 ลบ.ม./วัน ผลิตกระแสไฟฟ้าได้วันละ 75-100 kWh
  3. การเพาะเห็ดเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญ และเป็นตัวอย่างที่ดีในการเผยแพร่ให้กับเกษตรกรผู้สนใจ การนึ่งก้อนเชื้อเห็ดแบบเดิมที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จ.สกลนคร และ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จ.เชียงใหม่ เป็นเตานึ่งก้อนเชื้อเห็ดที่ใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง แต่ค่อนข้างสิ้นเปลืองไม้ฟืนมาก มีประสิทธิภาพเชิงความร้อนเพียง ร้อยละ 11 พพ. จึงได้ออกแบบห้องเผาไหม้เตานึ่งก้อนเชื้อเห็ดโดยปรับปรุงตะแกรงและปล่องไฟ เพื่อควบคุมปริมาณอากาศที่เหมาะสม ตลอดจนการใช้วัสดุที่มีค่านำความร้อนต่ำมาใช้ในบางตำแหน่ง เพื่อลดการสูญเสียความร้อน จากการศึกษาเบื้องต้นคาดว่า จะพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จนถึงประมาณร้อยละ 20 ซึ่งจะลดการใช้ไม้ฟืนได้ถึงปริมาณร้อยละ 50

เตานึ่งก้อนเชื้อเห็ดประสิทธิภาพสูง

เตานึ่งก้อนเชื้อเห็ดประสิทธิภาพสูง

  1. จัดซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดระบบบันทึกข้อมูลเพื่อศึกษาสมรรถนะ ของกังหันลมและประเมินศักยภาพพลังงานลม ติดตั้งที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางนรา จ.นราธิวาส ซึ่งเดิมมีการติดตั้งกังหันลมสูบน้ำ จำนวน 4 ชุด เพื่อเสริมการสูบน้ำของกรมชลประทานที่บ้านตอหลัง อ.เมือง จ.นราธิวาส ที่เป็นหมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ แต่กังหันลมชำรุดเสียหายไม่สามารถใช้งานได้เต็มสมรรถนะ และขาดเครื่องมือตรวจวัดศักยภาพลมที่ทันสมัย ดังนั้น พพ. จึงดำเนินการปรับปรุงกังหันลมสูบน้ำ และซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดระบบบันทึกข้อมูล เพื่อเจ้าหน้าที่ของชลประทานจะได้ตรวจวัดสมรรถนะ ของกังหันลมและประเมินศักยภาพพลังงานลม และนำข้อมูลไปศึกษาพัฒนาขีดความสามารถการสูบน้ำด้วยพลังงานลม

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี กำลังก่อสร้างศูนย์ศึกษาการพัฒนาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมทางด้านธรรมชาติศึกษาแก่เยาวชน ราษฎรในท้องถิ่น ประชาชนทั่วไป และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ให้รักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นกลยุทธ์ในการป้องกันป่าไม้ และสัตว์ป่าระยะยาว ซึ่งอาคารต่างๆ จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในกิจกรรมของอุปกรณ์โสตทัศนศึกษา และแสงสว่างภายในบริเวณพื้นที่ เพื่อจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติงาน แต่เนื่องจากศูนย์ฯ อยู่ห่างไกลจากระบบสายส่ง ไม่สามารถนำไฟฟ้าจากระบบของการไฟฟ้าเข้าไปได้ การใช้เครื่องยนต์ดีเซลขับเคลื่อน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบปกติ จะก่อให้เกิดมลภาวะปนเปื้อนต้นน้ำลำธารจากคราบน้ำมัน รวมถึงเสียงของเครื่องยนต์ด้วย

มจธ. จึงได้ออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยโซล่าเซลล์ สำหรับอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและสำนักงาน ที่มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าวันละ 5.6 kWh ออกแบบและติดตั้งระบบฯ สำหรับกลุ่มอาคารฝึกอบรม ที่มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าวันละ 9.3 kWh ออกแบบและติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยโซล่าเซลล์สำหรับอุปโภคบริโภคในกลุ่มอาคารฝึกอบรม 12 ลบ.ม.ต่อวัน

ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยโซล่าเซลล์สำหรับกลุ่มอาคารฝึกอบรม

ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยโซล่าเซลล์สำหรับกลุ่มอาคารฝึกอบรม

ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมพลังงานแสงอาทิตย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.)

  1. ติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ณ. สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งอยู่ในศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี เพื่อจะนำพลังงานแสงอาทิตย์สูบน้ำใช้ทางการเกษตร ให้พอเพียงในฤดูแล้ง และช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าของสวนสมเด็จฯ โดย มน. ได้ติดตั้งระบบฯ ขนาด 600 W สูบเก็บในถังสูงประมาณ 10 เมตร ขนาดความจุ 8 ลบ.ม. จำนวน 4 ระบบ แล้วส่งน้ำไปตามท่อด้วยแรงโน้มถ่วง ผ่านหัวฉีดกระจายน้ำใช้สำหรับรดน้ำแปลงผัก ผลไม้ และไม้ดอก ซึ่งจะสามารถจ่ายน้ำให้แก่บริเวณพื้นที่แปลงเกษตรของสวนสมเด็จฯ ได้วันละประมาณ 100 ลบ.ม. เพื่อเสริมกับระบบสูบน้ำด้วยดีเซลที่มีอยู่เดิมแล้ว 100 ลบ.ม. ซึ่งจะสอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำของสวนสมเด็จฯ วันละ 200 ลบ.ม.
  2. ติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 150 W ณ. สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ จ.เพชรบุรี จำนวน 1 ระบบ สูบเก็บในถังวางกับพื้น ความจุ 5 ลบ.ม. จำนวน 2 ถัง เป็นการทดแทนระบบสูบน้ำเดิมที่ใช้ไฟฟ้า เพื่อใช้ในการเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งใช้น้ำประมาณวันละ 4 ลบ.ม. โดยแต่ละระบบจะประกอบด้วย เครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์ควบคุม ท่อจ่ายน้ำ PVC และท่อจ่ายน้ำพร้อมหัวกระจายน้ำ
  3. ออกแบบติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 2.5 kW ที่สวนพันธุ์สัตว์ป่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จ.เชียงใหม่ เพื่อสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยฮ่องไคร้ อ่างที่ 2 ส่งไปเก็บไว้ในถังสูง เพื่อส่งน้ำกระจายไปในบ่อพักภายในสวนพันธุ์สัตว์ป่า ใช้ในกิจการขยายพันธุ์และเพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์ป่า พื้นที่ประมาณ 52 ไร่ โดยจะสูบน้ำได้วันละ 40 ลบ.ม./วัน
  4. ติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 600 W ที่สถานีควบคุมไฟป่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จ.เชียงใหม่ โดยสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยฮ่องไคร้ อ่างที่ 7 เพื่อนำไปเก็บไว้ในถังเดิมที่มีอยู่แล้วขนาด 20 ลบ.ม. สำหรับใช้อุปโภคและบริโภคในสถานีควบคุมไฟป่า

กรมชลประทาน

ทดลองติดตั้งการใช้งานระบบสูบน้ำเพื่อการเกษตร โดยใช้เซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 2.7 kWp ที่ โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อโครงการเกษตรผสมผสานมูโนะ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.มูโนะ จ.นราธิวาส เพื่อบรรเทาปัญหางานสูบน้ำ เพื่อโครงการเกษตรผสมผสานมูโนะ โดยใช้งานเสริมกับระบบ ชลประทานที่มีอยู่เดิม ซึ่งต้องการใช้น้ำประมาณ 175 ลบ.ม.ต่อวัน ใช้โซล่าเซลล์กับระบบมอเตอร์และปั๊มสูบน้ำ ขนาด 1.5 HP จำนวน 2 ตัว ต่อขนานกันแล้วส่งเข้าท่อขนาด 1.5 นิ้ว ระยะทาง 30 เมตร เพื่อส่งไปยังคลองส่งน้ำเดิมของโครงการฯ

กรมทรัพยากรธรณี

สำรวจและจัดทำระบบสูบน้ำบาดาลด้วยโซล่าเซลล์ เพื่อนำน้ำบาดาลไปใช้เพื่อการอุปโภค บริโภคในอาคารอำนวยการ อาคารสำนักงานใกล้เคียง อาคารบ้านพัก บ้านพักรับรอง รวมทั้งใช้เพื่อกิจกรรมต่างๆ และบรรเทาการขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง โดยได้เจาะบ่อน้ำบาดาลและติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้

    1. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ. จันทบุรี
    2. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ. สกลนคร สำหรับศูนย์อำนวยการฯ และ งานปศุสัตว์
    3. โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน จ.มุกดาหาร
    4. โรงเรียน ตชด. บ้านคอนรากแฮงเกิล จ.นครพนม
    5. โรงเรียน ตชด. ช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ 8 จ.นครพนม
    6. ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

กรมโยธาธิการ

  1. สาธิตระบบสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 6.6 kW พื้นที่บริเวณเขาเสวยกะปิข้างอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด บ้านอ่างหิน ต.สามพะยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อนำน้ำในไปใช้ในพื้นที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยอุปกรณ์มอเตอร์และปั๊ม 2 ชุด สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดส่งไปยังสระน้ำเหนือสวนสมเด็จฯ ขนาด 2,000 ลบ.ม. ระยะทาง 1,650 เมตร ด้วยระดับความสูง 20 เมตร ปริมาณน้ำ 150 ลบ.ม.ต่อวัน
  2. สาธิตระบบสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับประปาหมู่บ้าน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคของบ้านนาโคกกุง ประมาณ 120 ครัวเรือน ที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำห้วยทรายตอนบน ซึ่งระบบประปาเดิมเป็นแหล่งน้ำจากบ่อบาดาล มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ โดยเฉพาะหน้าแล้ง กรมโยธาธิการจึงได้ออกแบบ โดยติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 3 kW สูบน้ำจากอ่างเก็บห้วยพุง ระยะทาง 2,200 เมตร ด้วยระดับความสูง 35 เมตร ได้ปริมาณน้ำ 40 ลบ.ม.ต่อวัน เพื่อนำมาอุปโภคบริโภคสำหรับหมู่บ้านบ้าน
  3. สาธิตระบบสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จ.นราธิวาส โดยติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 1.48 kW ระดับความสูง 15 เมตร ปริมาณน้ำ 50 ลบ.ม.ต่อวัน เพื่อสูบน้ำขึ้นหอถังหินปูน และนำมาปรับปรุงคุณภาพน้ำของศูนย์ฯ ที่มีสภาพเป็นด่าง

ระบบสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์

ระบบสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์

กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้ให้การสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ดำเนินกิจกรรมเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นเกือบ 46 ล้านบาท โดยหน่วยงานต่างๆ จะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์ ครุภัณฑ์ และติดตั้งระบบของเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ตามที่แต่ละหน่วยงานมีความรู้ความชำนาญ ซึ่งเหมาะสมและเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานในแต่ละพื้นที่

นอกจากนั้นแล้วในโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ยังได้รวมถึงโครงการสวนพลังงานแสงอาทิตย์ ที่กองทุนฯ ได้จัดสรรเงินจำนวน 80 ล้านบาท ให้ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมพลังงานแสงอาทิตย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก จัดตั้งศูนย์สาธิตการใช้งานของระบบเครื่องทำน้ำร้อน เครื่องปรับอากาศ เครื่องอบแห้ง และเทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ เพื่อส่งเสริมการขยายการตลาด ด้วยการร่วมมือกับบริษัทและโรงงานผู้ผลิตต่างๆ เพื่อแสดงสินค้าในสภาพการใช้งานจริง และจำหน่ายอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ให้กับลูกค้า อันเป็นกลยุทธ์หนึ่ง ที่จะส่งเสริมให้เพิ่มปริมาณการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ก่อให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวกับการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ด้วย

โครงการนี้ ยังมีหน่วยงานต่างๆ และบริษัทเอกชน ที่ได้ร่วมนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาแสดงสาธิตด้วย เช่น

  • องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ได้ติดตั้งระบบโทรศัพท์ทางไกลดาวเทียมพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบโทรศัพท์ 470 MHz พร้อมด้วยเซลล์แสงอาทิตย์
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขยายระบบสายส่งในพื้นที่เกษตรบ้านยูโย อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และขยายระบบสายส่งในพื้นที่บ้านนาหินกอง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร และที่บ้านตาเปอะ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร
  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มอบหลอดไฟประหยัดพลังงาน
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มอบเครื่องวัดพลังงานแสงอาทิตย์ และ ชุดกรองน้ำดื่มแบบรีเวิร์สออสโมซิสด้วยเซลล์แสงอาทิตย์
  • บริษัทโซลาร์ตรอน จำกัด ติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ และมอบระบบเครื่องเสียงพลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องสกัดสารกำจัดศัตรูพืชพลังงานแสงอาทิตย์
  • บริษัท บีพี ไทยโซลาร์ จำกัด มอบระบบไฟถนนด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา
  • บริษัทสยามโซลาร์ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด มอบระบบชุดล่อแมลงด้วยโซล่าเซลล์
  • บริษัทเบอร์มิวด้า จำกัด ได้มอบเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ ติดตั้งที่บ้านพักรับรอง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร
  • บริษัทลีโอนิคส์ จำกัด มอบอุปกรณ์แปลงไฟฟ้า ชนิดต่อเข้าระบบสายส่ง ขนาด 3 kW
  • สมาคมสิ่งประดิษฐ์ไทย มอบมุ้งแอร์ประหยัดพลังงาน และอุปกรณ์ช่วยแปรงสุขภัณฑ์ชักโครกให้ประหยัดน้ำ
  • บริษัทอุสาพัฒนาเศรษฐกิจ จำกัด มอบระบบสูบน้ำด้วยกังหันลม ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา
  • ASE Angewandte Solarenergie Co.,Ltd ประเทศเยอรมันนี มอบระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อติดตั้งที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องจากพระราชดำริ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

ระบบไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อแสงสว่าง

ระบบไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อแสงสว่าง

การร่วมมือกันสาธิตเทคโนโลยีต่างๆ ดังกล่าว นอกจากจะเป็นการแสดงให้ผู้ที่ใช้งานประจำในแต่ละศูนย์ ได้มีความรู้ความเข้าใจ ทั้งในเรื่องระบบและการดูแลบำรุงรักษา แล้ว เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ยังต้องสามารถอธิบายให้กับ ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เข้าใจได้ด้วย

โดยหวังว่า ประชาชนจะได้รับความรู้ความเข้าใจ และตระหนักได้ว่า ปีหนึ่งๆ เราต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากในการจัดซื้อพลังงาน ดังนั้น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำพลังงานหมุนเวียนที่เป็นพลังงานสะอาด มาใช้เป็นเชื้อเพลิง จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยบรรเทาภาวะการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ และเป็นการกระจายแหล่ง และชนิดของพลังงานเพื่อลดความเสี่ยง โดยหลีกเลี่ยงการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งเดียวหรือชนิดเดียว และประชาชนจะเป็นสื่อที่นำประโยชน์ และการทำงานของเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ตลอดจน ชื่อหน่วยงาน และบริษัทที่ดำเนินกิจกรรมนั้นๆ ไปแนะนำให้กับกลุ่มอื่นๆ ซึ่งจะเป็นการขยายผลให้กว้างออกไปเรื่อยๆ เป็นผลดีต่อการอนุรักษ์พลังงาน และอาจก่อให้เกิดความต้องการใช้ในปริมาณที่มากขึ้น ได้อีกทางหนึ่งด้วย

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: